แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Tom

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1

** ราวๆ ปลายเดือน ก.ย. 61 นี้นะครับ ผมจะเริ่มมาแชร์การใช้ eFin ในส่วนของกราฟ **

เพิ่งจะจัดสรรรเวลาต่างๆได้ลงตัวครับ ก็จะกลับมาแชร์ Tip ดีๆให้อ่าน และทำตามกันต่อได้ครับ


2


Scan อีกที ผลลัพท์ได้ 6 ตัว

ถือว่า Ok อยู่นะ เพราะว่า ขณะที่ผมกำลังเขียน Tip นี้ อยู่ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้น เป็นช่วงปรับตัว

หุ้นส่วนใหญ่จะลงตามภาวะตลาด สัญญาณซื้อของหุ้น ก็จะน้อยลงไปด้วย

**********

จะเห็นว่า สูตรสแกนอันนี้ ตัว F-Score คือ Point สำคัญครับ

เพราะว่า ผมเซ็ตให้มีค่า >= 7  ดังนั้น หุ้นที่ต่ำกว่า 7 ลงมา จะไม่ติดแน่นอน

ทีนี้ ผมก็เลยอยากรู้ว่า ถ้าจะสแกน โดยดูเฉพาะ F-Score อย่างเดียว ณ ตอนนี้ ตลาดหุ้นไทย มันมีกี่ตัวที่ติดเข้ามา



ก็ง่ายๆครับ กลับไปที่ condition อีกครั้ง แล้วปิด Active ทุกอัน ยกเว้น F-Score >= 7

จากนั้น ก็กด Scan ดูผลลัพท์



ผลลัพท์ที่ได้ คือมี 147 ตัว ที่มีค่า F-Score >= 7

แสดงว่า 147 ตัวเหล่านี้เท่านั้น ที่จะมีโอกาสเข้ามาติดในสแกนสูตรนี้ครับ

ลองไปทดสอบเงื่อนไขอื่นๆดูนะครับ  สำหรับสูตรที่ผมนำเสนอ เป็นไกด์เป็นแนวทางแล้วกันครับ

*******

Tip นี้ ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ

แนะนำสำหรับ Tip อื่นๆครับ >> https://www.hoonyai.com/index.php?board=1.0

แนะนำ ติชม ติดต่อผมได้ ผ่าน LINE : User ID คือ hoonyai

3


กด Scan ดูผลลัพท์

แป่ววววว ไม่ติดสักตัว นี่คือผลของการใส่เงื่อนไขเยอะครับ ไม่มีหุ้นเล็ดลอดโผล่มาเลย



เอางี้ครับ คลิ๊ก condition เข้าไปแก้ไขกันหน่อย

ก็คือลบเงื่อนไขออกไป ผมลบ SSTO ออกไปหมดเลย และก็ลบ %Net Profit Magin กับ ROE ออกไปด้วย

จะเหลือเงื่อนไขตามรูป ลบเสร็จ คลิ๊กปุ่ม Add อีกรอบ แล้วตอบ Yes กลับไปเพื่อ Save ทับ

4


ทีนี้ มาในส่วนของพื้นฐาน ผมจะใช้ F-Score เป็น Main เพราะทาง eFin เขาได้ทำสรุปไว้แล้ว โดยมีค่าตั้งแต่ 0-9

ผมจะใช้ F-Score >= 7  ก็คือจะหาหุ้นที่มีค่า 7 ขึ้นไป



ผมจะลองเอา %Net Profit Magin กับ ROE มาเล่นด้วย ให้ทั้งคู่ > 10

ถึงตรงนี้ ก็แค่นี้ก่อน มันจะเยอะเกินไป

คือจะใส่อะไรลงไป ก็ใส่ได้หมดแหระ แต่เราต้องคิดถึงผลลัพท์ด้วย

ยิ่งใส่เงื่อนไขเยอะ ก็ยิ่งเหมือนตะแกรงหลายชั้น หุ้นที่ติดออกมา ก็จะออกมาน้อย



สุดท้าย กดปุ่ม Add แล้วก็ตอบ Yes เพื่อจะได้ Save ทับลงไป

5


ถัดไป เอา MACD มาเล่นเหมือน Tip 9

ไปที่แถบ Indicator เลือก MACD ให้มากกว่า MACD Signal

จากนั้น ก็เลือก MACD อีกรอบ แล้วเปลี่ยน Operator เป็น <  แล้วเลือกช่อง Value ใส่เลข 0 ลงไป

เป็นการบังคับให้ MACD ได้สัญญาณซื้อ แต่เป็นสัญญาณซื้อที่กด MACD ให้ต่ำกว่าเส้น 0  จะได้ราคาหุ้นที่ยังไม่แพงนั่นเองครับ



ผมลองเอา SSTO มาเล่นด้วยดีกว่าครับ เป็นอินดี้ยอดนิยมตัวนึงนะครับ

ให้ SSTOK > SSTOD เงื่อนไขนี้ คือสัญญาณซื้อของอินดี้ตัวนี้

ทีนี้ SSTOK < 30 ส่วนเงื่อนไขนี้ กดตัวเลขให้น้อยกว่า 30 จะได้สัญญาณซื้อที่ยังไม่แพง อันที่จริง ถ้าจะเอาต่ำกว่า Oversold ก็ต้องเป็น < 20 ไปเลย

แต่ผมใช้ 30 ก็ถือว่ายังต่ำ ไม่ได้แพงแต่อย่างใด อีกอย่างเวลาที่สแกนผลลัพท์ออกมา มันก็จะโชว์อยู่แล้ว ตัวไหนมีค่า SSTOK เท่าไหร่

6
Hybrid ก็คือลูกครึ่ง เราก็จะเอาอินดี้กับพื้นฐานมาผสมกัน ก็น่าจะลงตัวได้ดี

คือธรรมชาติของคนเล่นหุ้น โดย logic ก็น่าจะคิดลักษณะนี้ คืออยากได้หุ้นมีพื้นฐานดี แล้วก็เทคนิคสัญญาณกำลังดี

เริ่มต้นเซ็ตค่า ผมจะหยิบเอาอินดี้มาใส่ลงไปก่อนล่ะกันครับ เพราะว่า เวลาที่สแกนออกมา

มันจะได้เรียงข้อมูลจาก Symbol/ Prev/ PrevAccVal (K฿) คือสามตัวนี้ มีชัวร์ๆอยู่แล้ว

ถัดจากนั้น ก็จะเป็นเงื่อนไขในส่วนอินดี้

ส่วนเงื่อนไขเรื่องพื้นฐาน จะใส่เงื่อนไขทีหลัง ดังนั้น ก็จะไปแสดงอยู่ด้านท้าย



เงื่อนไขแรก เอา AccVal (K฿) > 10000 

จะหาหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายมากกว่า 10 ล้านบาท

อาจจะเอาตัวเลขอื่นก็ได้นะครับ 1000 ก็คือ 1 ล้าน / 15000 คือ 15 ล้าน / 20000 คือ 20 ล้าน เป็นต้น



เงื่อนไขที่สองกับสาม

Close > BBAVG20  ให้ราคาปิดยืนเหนือเส้น BB Avg
Close > PARABOLIC ให้ราคาปิดยืนเหนือไข่ปลา Parabolic

ก็เหมือนใน Tip 9 นั่นเอง หุ้นสัญญาณดีในทางเทคนิค ก็ต้องยืนเหนือสองอินดี้นี้ให้ได้

7

เริ่มต้น ก็เปิด Template สแกนหุ้นขึ้นมา แล้วก็เข้าไปที่ condition

แล้วก็กดปุ่ม Add ตอบ No กลับไป จะเปลี่ยนเป็น Input Box ให้ใส่ชื่อ

ผมจะตั้งว่า หุ้น Hybrid กด Ok เป็นอันเสร็จ

ถัดไป ก็กด Delete เงื่อนไขเก่าออกให้เกลี้ยง



ก็จะได้หน้าตาแบบนี้ พร้อมใส่เงื่อนไขใหม่ลงไป

8
สวัสดีครับ

Tip นี้ มาเก็บตกเรื่องสแกนหุ้นอีกหัวข้อ

ก่อนหน้านี้ ผมได้แชร์ Tip ที่เกี่ยวข้องกับการสแกนหุ้น ทั้งหมด 4  Tips

Tip 6 แนะนำสร้าง Template สแกนหุ้น >> https://www.hoonyai.com/index.php?topic=10.0

Tip 7 วิธีเซ็ตค่าสแกนหุ้นเล่นในวัน >> https://www.hoonyai.com/index.php?topic=11.0  Tip นี้ ผมจะยกตัวอย่างการสแกนหุ้น 3 เวลา (เช้า บ่าย ค่ำ เพื่อให้เห็นความแตกต่างด้วย)

Tip 9 วิธีเซ็ตค่าสแกนหุ้นด้วยอินดี้  >> https://www.hoonyai.com/index.php?topic=19.0

Tip 10 วิธีเซ็ตค่าสแกนหุ้นพื้นฐานดี >> https://www.hoonyai.com/index.php?topic=21.0

ท่านใดที่เพิ่งจะเข้ามาอ่าน ไล่ย้อนอ่านเก็บตกได้ครับผม

ปล. ในส่วนหัวข้อของการสแกนหุ้น ผมได้ทำไว้ทั้งหมด 5 Tips ครับ >> Tip 6, Tip 7, Tip9, Tip 10 และ Tip 11


9


สุดท้ายของ Tip นี้

จะมีอีกแถบนึง ที่ผมยังไม่ได้เอามาใช้งาน นั่นคือแถบ Analysis

พอลองคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดเงื่อนไขที่นำมาตั้งค่าสแกนได้

้เป็นการดูพัฒนาการของแต่ละเงื่อนไข จะแบ่งเป็น 2 สาย กลุ่มที่เพิ่มขึ้น กับกลุ่มที่ลดลง

เช่น ถ้ายังสนใจ F-Score ก็จะมีฝั่งที่เป็น Up ว่าหุ้นตัวไหนที่มีค่า F-Score เพิ่มขึ้นมั่ง

หรือถ้าแบบอยากจะเช็คหุ้นแย่ ก็ดู F-Score ที่มัน Down ลดลงไป ทำนองนี้

ก็นำเงื่อนไขเหล่านี้ ไปใส่เพิ่มเติมได้ครับ แล้วกดปุ่ม Add ตอบ Yes กลับไป เพื่อ Save ทับ

ลองกดดู Scan ออกมาเป็นยังไงมั่ง ถูกใจไหม ถ้าไม่ถูกใจ ก็มา Delete เงื่อนไขทิ้งก็ได้ แล้วกด Add ตอบ Yes เพื่อ Save ทับอีกรอบ

ถึงตรงนี้ ผมแค่อยากจะย้ำว่า เมื่อมีการแก้ไขเงื่อนไข ไม่ว่าจะลบออก หรือเพิ่มเข้า หรือ edit ก็แล้วแต่ สุดท้าย ต้องวนไปกดปุ่ม Add เพื่อกด Yes ให้ Save ทับลงไป ระบบมันจะได้ทำการบันทึกในสิ่งที่เราต้องการสุดท้ายจริงๆครับ

Tip นี้ ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ

แนะนำสำหรับ Tip อื่นๆครับ >> https://www.hoonyai.com/index.php?board=1.0

ปล. ในส่วนหัวข้อของการสแกนหุ้น ผมได้ทำไว้ทั้งหมด 5 Tips ครับ >> Tip 6, Tip 7, Tip9, Tip 10 และ Tip 11

แนะนำ ติชม ติดต่อผมได้ ผ่าน LINE : User ID คือ hoonyai

10


ทีนี้ ผมจะลองตั้งค่า Criteria อันใหม่ จะใช้ F-Score เป็นตัวหลักแล้วกัน เพราะในเมื่อทาง eFin เป็นคนกรองหาหุ้นพื้นฐานดีมาให้แล้ว

เราก็อาจจะมาใส่เงื่อนไขเพิ่มลงไป

ในรูป ผมก็ลองตั้งชื่อ Criteria อันใหม่ว่า หุ้นพื้นฐานดี 2  (ก็เหมือนเดิมครับ กดปุ่ม Add ตอบ No กลับไป จะมี Input box ใส่ชื่อลงไป)

ในส่วนเงื่อนไข ก็ลบเงื่อนไขที่ตั้งไว้ใน หุ้นพื้นฐานดี

ลบ %Net Profit Margin / ROE / ROA / PE / DE

เหลือไว้แค่ 4 เงื่อนไข แล้วก็เปลี่ยน F-Score ให้เป็น > 7 ล่ะกัน รู้สึกว่า 5 จะน้อยไป กด Edit ได้ แล้วก็เปลี่ยนจาก 5 เป็น 7

สุดท้าย วนไปกดปุ่ม Add อีกรอบ แล้วตอบ Yes เพื่อ Save ทับ

กด Scan ดูผลลัพท์ หลักๆอยู่ที่ F-Score ที่มากกว่า 7 และมี Dividend% >= 3 เป็นตัวเสริมลงไป

ถ้าตัดเงื่อนไข Dividend ออกไป ผลลัพท์ได้มากกว่านี้อยู่แล้วครับ จะกลายเป็นว่า เน้นเฉพาะ F-Score ที่มากกว่า 7 อย่างเดียวนั่นเอง

ลองไปเล่นดูนะครับ อาจจะใช้ F-Score เป็นตัวหลัก แล้วเงื่อนไขอื่นๆที่สนใจลงไป ไปเอา  %Net Profit Margin / ROE / ROA / PE / DE เหล่านี้ กลับมาเล่นอีกก็ได้

11


ย้อนกลับไปที่การสร้าง Template

ตัวอย่างข้างบน นำเสนอเป็นไอเดีย สร้าง Template โดยมี 3 หน้าต่างย่อย

ทีนี้ พอมี F-Score มันน่าใช้ ของมันต้องมี ถ้างั้น ก็เพิ่มไปอีกหน้าต่าง จะได้แบบรูปนี้นั่นเอง

12


F-Score ทาง eFin เขาได้ทำหน้าต่างย่อยไว้ให้ดูด้วยครับ

จะอยู่ตรงแถบ Fundamental >> Analysis >> F-Score G-Score Analysis



ลองกดออกมาดู แล้วใส่ชื่อหุ้นสักตัวลงไป ในรูป ผมใส่ PTT กด Enter ดูผลลัพท์

ถือว่าหุ้นตัวนี้ เกรดดีเยี่ยมเลย ได้เขียวทุก Score

Total รวมคือ 9 เกรด A+

จะมีดอกจันกำกับไว้ด้วยว่า วัดจาก งบการเงินล่าสุด Q1/ 2018

สรุปนะ ผมว่า F-Score ถือว่าน่าสนใจ เป็น Function ที่ให้ผ่าน ใช้งานง่าย น่าจะนำมาใช้สแกนหาหุ้นพื้นฐานดีด้วยเลย

ส่วนจุดอ่อน ก็คือ เขาไม่บอกรายละเอียดว่า แต่ละ Score ไปเอาตัวเลขไหนมาวัดค่าบ้าง ถ้าบางคนที่สงสัย ก็อาจจะอยากรู้ ที่มาที่ไป นานาจิตตัง

คือในความเข้าใจแล้ว คิดว่า ทาง eFin เขาคงเซ็ตค่าไว้แล้วครับ เอาตัวนี้ตั้ง ตัวนี้หาร ทำนองนี้ 

แต่เอามาแสดงเฉพาะบทสรุปเลย ฟันธง Score กันเลย ให้เขียวหรือแดง

ทาง eFin เขาจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านปัจจัยพื้นฐานอยู่แล้ว ก่อนจะปล่อย Function นี้ออกมา น่าจะทดสอบจนมั่นใจว่านำมาใช้งานได้

ดังนั้น เราในฐานะคนใช้งาน เราก็เน้นหาหุ้นที่ F-Score เยอะๆไว้ก่อน

13


ลองกด Scan ดูผลลัพท์ ได้ 11 ตัว (สแกน 3 มิ.ย. 2561)

ถือว่าได้น้อยมากนะครับ เพราะหุ้นหลายร้อยตัว ติดเข้ามาแค่ 11 ตัว

ความเป็นจริง หุ้นพื้นฐานดี มันต้องมีเป็นร้อยๆตัวอยู่แล้ว

ที่ติดเข้ามาน้อย ก็เพราะว่า เราใส่เงื่อนไขเยอะไงครับ มันก็เลยคัดกรองออกมาอย่างละเอียด

สมมติว่า มีหุ้นตัวนึง อาจจะมีสักเงื่อนไขอันเดียวที่ไม่ผ่าน แต่อย่างอื่นผ่านหมด แบบนี้ก็ไม่ติดเข้ามา อะไรประมาณนี้

ก็ต้องโยนภาระไปให้ท่านเอง ถ้าท่านมีความรู้เรื่องปัจจัยพื้นฐานอย่างดี สาย VI เต็งจ๋า อะไรงี้ ท่านจะรู้เองว่า ควรจะเลือกเงื่อนไขอะไรมาสแกนหรือผ่อนปรนเงื่อนไขอะไรออกไป

ธุรกิจบางกลุ่ม อาจจะต้องมีค่า PE ที่สูง ก็อาจจะยอมรับได้ หรือมีค่า DE ที่สูง ก็ยอมรับได้ สามารถเข้ามาเป็นหุ้นพื้นฐานดีได้



จะมีอีกเงื่อนไขนึง ที่น่าสนใจ และก็ทาง eFin เขาเพิ่งจะนำเสนอออกมาได้ไม่นาน

นั่นก็คือ F-Score >>> ใช้สำหรับวัดความแข็งแกร่งของงบการเงิน มีค่าตั้งแต่ 0-9 ค่ายิ่งมากยิ่งดี

ผมลองแอดใส่ลงไป โดยให้มากกว่า 5

กด Add ตอบ Yes เพื่อ Save ทับอีกรอบ



ลองกด Scan ดูอีกครั้ง จาก 11 เหลือแค่ 7

14


มาตรงแถบ Fundamental ผมจะเลือกเอา 3 อัตราส่วน

ประกอบด้วย %Net Profit Margin / ROE และ ROA ทั้งสามตัวนี้ ทาง Finance เขาจัดให้อยู่ในกลุ่มอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร

ให้คลิ๊กเลือกสามตัวเหล่านี้ แอดใส่ลงไปได้เลยครับ และให้ > 10 ทุกตัว

อันที่จริงแล้ว จะเป็นตัวเลขอื่นก็ได้นะครับ อยู่ที่เราเอง เอา 15 ดีไหม ? หรือยังตัวเลขอื่นก็ได้

เพราะสามอัตราส่วนนี้ ยิ่งตัวเลขมากก็ยิ่งดี แสดงว่าบริษัทมีผลงานทำกำไรที่ดี

ยิ่งถ้าเราตั้งค่ามาตรฐานที่สูง ก็จะจำกัดหุ้นที่จะติดออกมา ก็จะน้อยลงไป แต่เราก็จะได้เจอของดี มีน้อย แต่ดี ทำนองนี้



ถัดไป มีอีก 3 อัตราส่วนที่คนนิยมนำมาใช้

ก็คือ P/E <= 15 

D/E <=3

และ Dividend (%) >= 3

ถ้าสังเกตตรงหัวมุมด้านซ้าย เวลาเราคลิ๊กเงื่อนไขอะไร ก็จะแสดงรายละเอียดไปด้วย 

PE / DE / Dividend ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร คิดว่า ท่านน่าจะผ่านหูผ่านตา เข้าใจความหมายดี

ทำไมต้องเป็น 15  เป็น 3  ก็อยู่ที่เราเอง จะเอาตัวเลขอื่นก็ได้ ไม่มีผิดถูก

ก็อย่างที่ผมเกริ่นไปครับ ผมก็ลอง Search ดูใน Google ว่าเขาใช้ค่าเท่าไหร่กันมั่ง ซึ่งก็ไม่มีผิดถูกอีกล่ะ ก็แล้วแต่สมมติฐานของแต่ละคน



รวมทั้งหมด 8 เงื่อนไข แค่นี้ ก็เยอะแล้วนะ น่าจะสแกนหุ้นพื้นฐานดี สามารถคัดกรองได้เยอะ

ปิดท้าย กดปุ่ม Add อีกครั้ง แล้วตอบ Yes กลับไปเพื่อให้ Save ทับ

15


เงื่อนไขแรก AccVal (K฿) > 5000

หาหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายเกิน 5 ล้านบาท ตรงนี้ ถ้ามากไปหรือน้อยไป เปลี่ยนเป็นตัวเลขอื่นได้ครับ



ถัดไป Close > 0

อันนี้ อยากให้ระบบมันแสดงราคาหุ้นออกมาครับ


หน้า: [1] 2 3 ... 6